ปัญหาความรุนแรงในกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาอาชีวะศึกษา
เป็นที่รับรู้กันของสังคมไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ทศวรรษ ปรากฎการณ์ในระยะแรก
ๆ ตั้งแต่ปี 2475 เป็นการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา จากการแข่งขันกีฬาประจำปีที่กระทรวงศึกษาธิการจัดให้มีการแข่งขันเป็นประจำทุกปี
สำหรับการทะเลาะวิวาทของนักเรียน/นักศึกษาสายอาชีวศึกษา
จุดเริ่มแรกของการสร้างประเพณีการทะเลาะวิวาทของโรงเรียนช่างกลปทุมวัน
กับ ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย มูลเหตุเกิดจากการแข่งขันกีฬา ในประมาณปี
พ.ศ. 2511 2512 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ เป็นเหตุที่รุนแรงมาก มีการใช้ระเบิดขวดขว้างปาใส่กัน
และมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากมาระงับเหตุ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น
แม้จะไม่มีความเสียหายทางด้านชีวิต และทรัพย์สินมากนัก แต่ในแง่การรับรู้ของประชาชนถือว่า
เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเหตุการที่เกิดขึ้นสมัยที่บ้านเมืองยังอยู่ภายใต้กฏอัยการศึก
บ้านเมืองมีความสงบพอสมควร การยกพวกตีกันหรือประท้วง เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่คุ้นเคย
(เกษมศักดิ์ ทุมศรีแก้ว 2533 : 4)
แม้จะไม่มีการรับนักเรียนระดับ
ปวช ปวส แล้ว การทะเลาะวิวาท และการลอบทำร้ายกัน เพราะอยู่ในสถาบันที่เป็นคู่อริกัน
ยังคงดำรงอยู่ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะน้อยลงไปมาก การทะเลาะวิวาทของนักเรียน/นักศึกษา
ต่างสถาบันในสายอาชีวศึกษา โดยเฉพาะในสายเก่า มีความถี่และความรุนแรงมากกว่า
ซึ่งแม้จะมีทั้งนักเรียนในสายสามัญ และสายอาชีวะ แต่การทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา
เป็นปัญหาของรัฐ และโรงเรียนเอกชน ในทุกเขตการศึกษาของกรุงเทพมหานคร
และปริมณฑลใกล้เคียง คือ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ
แม้ว่าจะไม่มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาอีกแล้ว
รูปแบบ วิธีการ ของการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในปัจจุบัน มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ในอดีตการทะเลาะวิวาทมักเป็นการทำร้ายกันของคู่กรณี อาจทำร้ายกันด้วยอาวุธ
เช่น ไม้ มีด เหล็ก ระเบิดขวด หรือสิ่งของต่างๆที่ใช้เป็นอาวุธได้
ในปัจจุบันการทะเลาะวิวาทและทำร้ายกันเกิดได้ในทุกสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มของนักเรียน
เช่น ตามห้างสรรพสินค้า เวทีคอนเสิร์ต ท่ารถ บนรถประจำทาง ซึ่งอาจจะมีเหตุบาดหมางหรือเป็นคู่กรณีที่มีการทำร้ายกันมาก่อน
หรือไม่รู้จักกันแต่เกิดเขม่นกัน หมั่นไส้กัน ก็นำไปสู่การก่อเหตุวิวาทได้
ปัจจุบันมักมีการทำร้ายกันโดยใช้อาวุธปืน ทำให้เกิดผลรุนแรงถึงชีวิต
หรือบาดเจ็บสาหัสมากกว่าในอดีต อีกทั้งเกิดขึ้นในสถานที่สาธารณะ โดยมิได้คำนึงว่าจะเกิดลูกหลงไปโดนคนอื่นที่มิได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง
|