>>HOME  >>กระบวนการ  
     
  องค์ความรู้จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปัญหาทะเลาะวิวาท  
 
   เมื่อเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของนักเรียน/นักศึกษา หรือ มีการก่อเหตุทำร้ายกันของนักเรียนอาชีวศึกษาเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ สังคมหรือผู้รับผิดชอบก็มักจะมาออกมาแสดงความคิดเห็น หรือกระตือรือร้นกันพักหนึ่ง มีมาตรการในการป้องกันการแก้ไข และการฟื้นฟู มากมาย แต่ขาดการปฏิบัติ ติดตาม ประเมินผล อย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาอย่างได้ผล และอาจจะมีมายาคติ(myth.)
เช่น การทะเลาะวิวาทเพราะมีหัวโจก นักเรียนมีนิสัยเกเร นักเรียนขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว เพราะนักเรียนรักเพื่อน นักเรียนอ้างศักดิ์ศรี นักเรียนขาดระเบียบวินัย เด็กมีเวลาว่างมาก ปัญหาการทะเลาะวิวาทเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ และมักจะเห็นคำตอบของวิธีการแก้ไขสำเร็จรูป เช่น ต้องลงโทษให้เข็ดหลาบ ให้ใส่เครื่องแบบเหมือนกัน ให้ไปฝึกวินัยในค่ายทหาร ให้เรียนวิชาทหารมากขึ้น เอาหัวโจกไปเข้าค่ายร่วมกัน
อย่างไรก็ตามได้มีการศึกษาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวศึดษาจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจำแนกแนวทางศึกษาได้ 3 แนวทางคือ
 
  1. แนวพฤติกรรมศาสตร์ ได้แก่งานศึกษาของ
• สุภา มาลากุล และคนอื่นๆ(2520) พฤติกรรมก้าวร้าวเป็นกลุ่มของนักเรียนอาชีวศึกษา
• วิมล สุวรรณมณี (2527) การเปรียบเทียบมโนภาพแห่งตนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอาชีวศึกษาที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวเป็นกลุ่มและนักเรียนอาชีวะทั่วไป
• ผ่องพรรณ แวววิเศษ ( 2534) ลักษณะจิตสังคมเพื่อการป้องกันพฤติกรรมทะเลาะวิวาทของวัยรุ่น
• แสวง ทวีคูณ (2538) การฝึกเพื่อเสริมสร้างจิตลักษณะในการป้องกันพฤติกรรมทะเลาะวิวาทในนักเรียนนักศึกษา
• จิราภรณ์ อำนาจเถลิงศักดิ์ (2540) การศึกษาปัจจัยบางประการที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
 
 
2. แนวจิตวิทยาสังคม ได้แก่การศึกษาของ
- ผ่องพรรณ ติปัญโญ (2517) อัตมโนทัศน์ของนักเรียนช่างกลในกรุงเทพฯ
- สุภาพันธ์ รื่นสำราญ (2525) การศึกษาปัญหานักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทในเขตกรุงเทพฯ
- ปรารมภ์ นุชถาวร (2533) การปรับตัวของนักเรียนต่อการเรียนอาชีวศึกษา
- เกษมศักดิ์ ภูมิศรีแก้ว (2533) รายงานวิจัยการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาวิทยาลัยช่างกลปทุมวัน
เกษมศักดิ์ ภูมิศรีแก้ว(2534) นักศึกษาช่างกลปทุมวัน
 
 
3. แนวสังคมวิทยา ได้แก่งานการศึกษาขอ
- ทิวา วงศ์ธนาภา (2538) เงื่อนไขทางสังคมที่มีผลต่อปรากฏการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวะ : ศึกษากรณีโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ
- เตือนใจ ชาลี (2539) การศึกษามาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาในเขตกรุงเทพฯ
 
 
จากการศึกษาวิจัยเรื่องการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ที่มีอยู่ มีการอธิบายสาเหตุของปัญหาใน 2 ลักษณะ คือ

 
  1.คำอธิบายของปัญหาเกิดจากตัวเยาวชนในฐานะเป็นปัจเจกบุคคล
   ได้แก่ แนวการศึกษาพฤติกรรมศาสตร์ และจิตวิทยาสังคมบางส่วน ซึ่งอธิบายโดยหาสาเหตุจากจิตลักษณะที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมทะเลาะวิวาท คือ ทัศนคติของนักเรียน/นักศึกษา ที่มีต่อการทะเลาะวิวาท การมุ่งอนาคตและการควบคุมตนเอง มีผลการศึกษาที่ชัดเจนกว่าสาเหตุจากจิตรลักษณะอื่นๆ นอกจากนี้มีการศึกษาพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนอาชีวะ พบว่านักเรียน/นักศึกษาที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวเป้นกลุ่ม มี มโนภาพแห่งตนต่ำกว่านักเรียนอาชีวะทั่วไป คือ มองภาพพจน์ตัวเองต่ำ รู้สึกมีปมด้อย ขาดการยอมรับจากสังคม และมีความวิตกกังวล และกลุ่มเพื่อนที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาพฤติกรรมก้าวร้าว และมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมก้าวร้าว กับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
 
 
2.คำอธิบายปรากฏการณ์ของการทะเลาะวิวาท
โดยพิจารณากระบวนการทางสังคมที่เป็นเงื่อนไขต่อการเกิดขึ้น และดำรงค์อยู่ของปรากฏการณ์การทะเลาะวิวาท กระบวนการในการสร้างโลกทัศน์ การให้เหตุผล และความหมายของการกรกะทำของนักเรียนอาชีวะ เป็นการศึกษาในแนวสังคมวิทยาของ ทิวา วงศ์ธนาภา ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจในบริบททางสังคม วัฒนธรรม ที่ก่อให้เกิดรูปการณ์ จิตสำนึกแบบนักเรียนอาชีวะ คำอธิบายดังกล่าว เห็นว่า ปัญหาการทะเลาะวิวาทไม่ใช่ในปัญหาในระดับปัจเจก เท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกนึกคิดในเชิงสถาบัน ซึ่งมีกระบวนการสร้างหรือหล่อหลอมจนถึงขั้นครอบงำ เป็นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิสังสรรค์ในสังคมอาชีวะ ที่ได้สร้างอัตตะ หรืออัตตลักษณ์ของตนเอง มีกลุ่มอ้างอิงที่เป็นตัวกำหนดมาตรฐาน ของความถูกต้อง ความใช้ได้ คือ ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีพัฒนาการมายาวนาน ในโลกของอาชีวะ
 
 
     นอกจากมีการศึกษาสาหตุและเบื้องหลังของสาเหตุในการทำให้เกิดปรากฏการณ์การทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวะแล้ว ยังมีงานที่ได้ศึกษาถึงมาตรการต่างๆ ที่ผู้เกี่ยวข้องได้กำหนดขึ้นเพื่อใช้แก้ปัญหาทั้งมาตรการในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู และสะท้อนความคิดในการวิเคราะห์เหตุปัจจัย ของการทะเลาะวิวาทด้วย การศึกษาที่มีอยู่ เป็นการดูว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้ที่ปฏิบัติงาน นักศึกษา มีทัศนะต่อการวิเคราะห์สาเหตุ และต่อมาตรการอย่างไร เหมือน หรือ ต่างกันหรือไม่ สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาก่อเหตุทะเลาะวิวาท พบว่า ครู อาจารย์ สารวัตรนักเรียน นักศึกษา และตำรวจ มีความเห็นว่า ปัญหาและอุปสรรคที่มีความสำคัญตามลำดับคือ
 
 
1. การไม่ให้การสนับสนุนและเห็นความสำคัญของปัญหาของผู้บริหาร
2. การประสานงานและความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. ความพร้อมในการปฏิบัติงานของหน่วยงานสถานศึกษาในด้านบุคคลากรและอุปกรณ์ประกอบการทำงาน
4. บุคคลที่เกี่ยวข้องขาดความร่วมมือในการปฏิบัติ
5. มาตรการที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง (เตือนใจ ชาลี 2539)